สิ่งที่ยากกว่าการเริ่มต้น คือความกล้าที่จะเลิก

สิ่งที่ยากกว่าการเริ่มต้น คือความกล้าที่จะเลิก

ย้อนกลับไปเมื่อตอนเด็กๆ เราเป็นคนที่ไม่ได้มีความฝันอะไรเท่าไหร่ แต่แอบมีความมั่นใจมาตลอดว่า ถ้าเราอยากได้ หรืออยากทำอะไร เราต้องทำต้องหามาได้แน่นอน

… แต่ตอนนี้เพิ่งเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนที่เลือกที่อยู่ใน “comfort zone” มากกว่า ซึ่งอาจเป็นผลจากการที่ล้มเหลวมาหลายๆ ครั้ง และยังทำอะไรไม่ประสบความสำเร็จจริงๆ ซักที

ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา เป็นช่วงหนึ่งในชีวิต ที่รู้สึกว่าเคว้งคว้าง ยังหาที่ยึดเกาะไม่ได้ อายุก็จะ 30 แล้ว หน้าที่การงานก็ยังไม่มั่นคง ทำธุรกิจอะไรก็ยังไม่เห็นแววจะสำเร็จ ยังรับผิดชอบตัวเองได้ไม่เต็มที่ เริ่มเครียด ก็นั่งอ่าน นั่งหา นั่งคิด ว่าเราควรจะทำอย่างไปกับชีวิตต่อไปนี้ดี จนได้มาเจอ quote นี้เข้า

“ถ้าคุณอยากจะได้สิ่งที่คุณไม่เคยมี คุณต้องลงมือทำในสิ่งที่คุณไม่เคยทำ”

จะมีผลลัพธ์อะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้ายังใช้วิธีการเดิมๆ
อ่านแล้วแบบ เห็นด้วยจ้าาา ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ

แปลว่า มันคงถึงเวลาแล้วล่ะ ที่เราจะต้องเปลี่ยนวิธีคิด ทำอะไรใหม่ๆ หากเราต้องการผลลัพธ์ หรือชีวิตที่ต่างไปจากที่เป็นอยู่

การเริ่มต้นใหม่นั้นยากนะ เพราะอะไร? เพราะเรายังมีอะไรที่ทำ “ค้างๆ” ไว้อยู่ และมีความคิดว่า ถ้าไม่ทำต่อมันคงแปลกๆ แหม่งๆ เคว้างคว้างชอบกล

บ่อยครั้งที่ถึงเวลาต้อง “เลือก” เรากลับไม่กล้าเลือกที่จะ “เลิก”
เลิก… กับสิ่งที่เคยมี
เลิก… กับสิ่งที่เคยทำ
เลิก… กับสิ่งที่เคยเป็น

“ยอมทนอยู่กับงานที่ไม่ได้รัก ไม่ได้ถนัด ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับสังคม ไม่ได้ทำให้ตัวเอง fulfil มีคุณค่า”

คุณใช้เวลากว่าครึ่งในชีวิตในการทำงาน ถ้าคุณทนทำในสิ่งที่คุณไม่ได้ความสุข หรือสิ่งที่คุณไม่ได้ภาคภูมิใจกับสิ่งที่คุณทำสักนิด อันนี้ถึงเวลาต้องตัดสินใจโดยด่วน

“อยากจะพัฒนาตัวเอง อยากเก่ง อยากทำโน่นทำนี่ แต่ก็ยังไม่ยอมเลิกดู ฟัง เสพ สิ่งบันเทิง ไร้สาระ ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ”

อยากเลิกทำอะไรไร้สาระไปวัน ให้ลองหาสังคมใหม่ เพื่อนใหม่ เคยได้ยินมั้ย “อยากเป็นคนแบบไหน ให้คบคนแบบนั้นเอาไว้” อยากเก่ง ให้คบคนเก่ง อยากรวย ให้คบคนรวย แล้วเราจะได้วิธีคิดจากคนเหล่านั้นมาอย่างไม่รู้ตัว

“อยากจะเริ่มต้นความรักครั้งใหม่ แต่ก็ยังสลัดความกลัวที่จะเจ็บปวดจากความรักไม่ได้”

ไม่แปลกที่จะกลัว เพราะกว่าจะทำความรู้จักคน คนนึง กว่าจะสร้างความสัมพันธ์อะไรบางอย่างขึ้นมา มันใช้เวลาไม่ใช่น้อย แต่ต้องถามตัวเองดีๆ ว่าสิ่งที่เคยเป็น หรือสิ่งที่เป็นอยู่เนี่ย มันคือความรักรึเปล่า มันมีความสุขมั้ย?

ถ้าไม่ใช่ อย่าฝืน อย่ายื้อ คุณจะเจอคนที่ใช่ได้ยังไง ถ้ายังไปติดเป็นปลาท่องโก๋กับคนที่ทำให้คุณเป็นทุกข์ อย่าปิดโอกาสตัวเอง เคยฟังเพื่อนคนนึงพูดว่า “ถ้ามีความรักแล้วชีวิตไม่ได้ดีขึ้น หรือมีความสุขขึ้น ก็อย่ามีดีกว่ามั้ย อยู่กับตัวเองดีกว่า ไม่ต้องวุ่นวาย” ก็ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด แต่คำนี้ก็เหมาะจะเอาไปพูดกับคนที่มีความรักที่ suck มากๆ ให้เค้าตัดสินใจเลือกซักที

สุดท้าย ขอฝากประโยคไว้เตือนใจตัวเองอีกซักอัน

“Sometimes the smallest step in the right direction
ends up being the biggest step of your life.”

ขอให้ทุกคนโชคดี ในการ “เลือก” และกำหนดชะตาชีวิตให้ตัวเอง :)

Bow Kraivanich

โบ ไกรวณิช เป็น UI/UX ดีไซน์เนอร์ ผู้ก่อตั้งบริษัทให้คำปรึกษาและพัฒนาเว็บไซต์ Blankspace Co., Ltd. ชอบอ่านหนังสือ เขียนบล็อค และเป็นนักทดลองที่หลงไหลในกีฬาปีนหน้าผา และการเล่นบอร์ดเกมส์

Comments

comments