SEO กับ Relationship: รู้จักและเข้าใจ SEO ใน 5 นาทีด้วยแนวคิดการพัฒนาความสัมพันธ์

SEO เป็นคำหนึ่งที่เราได้ยินบ่อยๆ โดยเฉพาะถ้าคุณกำลังทำธุรกิจ หนึ่งในเป้าหมายของคุณก็คงจะหนีไม่พ้นที่จะอยากให้ลูกค้าเจอธุรกิจหรือเว็บไซต์ของคุณบน Google เป็นอันดับต้นๆ แบบที่ไม่ต้องลงโฆษณา

ในบทความนี้จะมาอธิบายให้เข้าใจถึง Mindset และภาพรวมของการทำ SEO โดยเปรียบเทียบการทำ SEO กับการทำเรื่องของความสัมพันธ์ เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ กันค่ะ

อ่านบทความ SEO ที่ลงรายละเอียดถึงวิธีการทำได้ที่ พื้นฐาน SEO สำหรับเจ้าของธุรกิจ

(SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization ในที่นี้จะหมายถึง Google เป็นหลัก)

Concept ของ Google Search Engine

การทำ SEO นั้นเรียบง่ายมาก สิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจก่อนก็คือ

Mission ของ Google Search ซึ่งถือว่าเป็น Search Engine ที่คนใช้มากที่สุดในโลก คือการส่งมอบคุณค่า ด้วยบริการค้นหาข้อมูล (information e.g. website, content) ให้ตอบโจทย์และตรงกับสิ่งที่ user ต้องการมากที่สุด

หากอยากจะเป็นคนที่ Google อยากส่งมอบคุณค่าให้กับ User เราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าและน่าเชื่อถือเพียงพอเสียก่อน

การทำตัวเองให้ Google เห็นว่าเรา ”มีคุณค่า” และ “น่าเชื่อถือ” นี้ล่ะ ทำให้มองได้ว่าการทำ SEO มันไปคล้ายคลึงกับเรื่องของความสัมพันธ์

On-page SEO : A.K.A การทำตัวเองให้มีคุณค่าจากภายใน

ก่อนที่เราจะทำให้คนอื่นรักเรา เราต้องทำตัวให้ดีเสียก่อน #การทำให้Googleรักก็เช่นกัน

การมุ่ง Focus ที่การพัฒนาตัวเองให้ดีในที่นี้ ก็เปรียบเสมือนการทำ On-page SEO ซึ่งในเชิงเทคนิค การทำ On-Page SEO คือการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ให้เป็นมิตรกับ Search Engine เพราะเมื่อเป็นมิตรแล้ว เขา (Google) ก็มีโอกาสที่จะรักเรา เมื่อเขารักเรา ก็มีโอกาสที่จะให้ Priority ความสำคัญเราสูงกว่าคนอื่นๆ (Ranking)

การจะทำให้ Search Engine รักเรานั้น ไม่ต่างจากการทำให้คนรักเราเลย ขอยกตัวอย่างมา 5 ข้อดังนี้

1. มีความเข้าอกเข้าใจ

ในความสัมพันธ์ สิ่งที่สำคัญเป็นสิ่งแรกๆ ก็คือ ความเข้าอกเข้าใจ เราต้องพยายามทำความเข้าใจว่าปัญหากลุ่มเป้าหมายคืออะไร เมื่อเข้าใจถึงปัญหาและความต้องการของเขาแล้ว เราก็จะสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ได้

2. ส่งเสริมให้ชีวิตดีขึ้น

เราอยากอยู่กับใคร? ระหว่างคนที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นกับคนที่ทำให้ชีวิตแย่ลง? แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ถ้าเลือกได้ ก็น่าอยากจะอยู่กับคนที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นอยู่แล้ว หากเราสามารถส่งมอบคุณค่าให้ชีวิตของผู้ใช้ หรือลูกค้าดีขึ้นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แน่นอนว่าเราก็จะมีคุณค่าเพิ่มมากขึ้นตามคุณค่าที่ส่งมอบออกไป

3. รวดเร็ว

ไม่ว่าจะเป็นโลกของธุรกิจ หรือโลกชีวิตส่วนตัว ความรวดเร็วและ Responsiveness เป็นสิ่งสำคัญ เพราะคนเรามีความอดทนกับการรอคอยในเรื่องใดเรื่องหนึ่งน้อยลงทุกที หากลูกค้าเจอและคลิกเว็บเราจาก Search Engine แล้ว แต่เว็บเราใช้เวลาโหลดนาน ก็ทำให้เราเสียคะแนนเช่นเดียวกัน ฉะนั้นการทำให้เว็บเรามีประสิทธิภาพดี โหลดเร็ว

4. ไม่ซับซ้อน เป็นระบบ

คนที่ซับซ้อน พูดอะไรเข้าใจยาก วกวนไปมา แม้เราจะอยากรักเขาแค่ไหนมันก็ยากเหลือเกิน การทำเว็บให้ใช้งานง่าย มีโครงสร้างเว็บที่ดี มี User Experience (UX) ที่ดี ไม่ซับซ้อนก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้การทำ SEO ของเราประสบความสำเร็จ

5. อยู่ด้วยแล้วรู้สึกปลอดภัย

ใครๆ ก็อยากจะอยู่กับคนที่ทำให้เรารู้สึกว่าปลอดภัย ไว้ใจได้ รู้สึกว่าเขาจะไม่มาทำร้ายเรา การทำเว็บก็เช่นกัน เราต้องอย่าทำตัวเป็น SPAM จะพูดจะทำอะไรก็ควรเปิดเผยและบอกให้ชัด

Off-page SEO : ดีจากภายในไม่พอ คนอื่นต้องเชื่อถือด้วย

เมื่อตัวเราดูดี Google พร้อมจะหลงรักแล้ว แต่กว่าที่ Google จะมาพบเจอและค่อยๆ ยอมรับในตัวเรานั้น ปกติจะต้องใช้เวลาประมาณหนึ่ง หากเราต้องการเร่งสปีดให้ Google รักเราเร็วขึ้น เราต้องรู้จักกับการทำ Off-page SEO

การทำ Off-page SEO พูดง่ายๆ ก็คือการช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ เปรียบเทียบง่ายๆ ได้กับคนเรานี่ล่ะ หากเป็นคนที่มีชื่อเสียง คนรู้จักเยอะ เราก็น่าจะเหมาได้ว่า คนคนนั้นน่าเชื่อถือประมาณนึง ซึ่งเราเรียกการบอกต่อในเชิงของ SEO ว่า Backlink / Referral link คือการที่เว็บอื่นลิ้งก์มาหาเว็บเรานั่นเอง

สิ่งสำคัญคือการบอกต่อที่ได้มานั้น ไม่ใช่ว่าจะมาจากใครก็ได้ แต่เราต้องมุ่งหวังที่จะได้รับการบอกต่อจากคนที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือเช่นเดียวกัน

การทำตัวเองให้มีความน่าเชื่อถือ หรือการทำ off-page SEO เปรียบเหมือนการที่เราไปปรากฏตัวบนที่ต่างๆ ให้คนเห็น ให้คนรู้จักเรา โดยใจความสำคัญสำหรับ Off-page SEO คือ

1. เลือกสังคมที่เหมาะกับเรา

เว็บไซต์หรือกลุ่มคนที่เราอยากจะไปปฏิสัมพันธ์ด้วยมีหลากหลายมาก หากเราจะต้องเข้าไปอยู่ทุกที่ และทำให้ได้ดีทุกที่นั้นแทบจะเป็นไปได้ยาก ฉะนั้นควรเลือกที่ๆ Target Group หรือลูกค้าของเราเขาอยู่กัน และเป็นสื่อที่เราถนัดด้วย

2. เข้าหาและเป็นฝ่ายให้

หากเราเป็นคนหน้าใหม่ในสังคม หากอยากให้มีคนรู้จัก เราก็ต้องกล้าที่จะเข้าหา และเสนอที่จะเป็นฝ่ายให้ เช่น การเสนอตัวเข้าไป contribute เป็น admin ใน Group หรือ Forum ต่างๆ หรือการเสนอเขียนบทความให้กับเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงแบบฟรีๆ เป็นต้น

3. ยื่นหมูยื่นแมว

เมื่อเราเริ่มสั่งสมชื่อเสียงของเราเองได้พอประมาณ (เริ่มมีคนติดตามบนเว็บไซต์ มี Traffic เข้าเว็บสม่ำเสมอ) จุดนี้เราเริ่มจะมี “ของ” ไปแลกเปลี่ยน หรือ brother กับคนอื่นๆ วิธีการง่ายๆ ก็คือการสลับ Promote เว็บไซต์ของกันและกัน เป็นต้น

การทำ SEO ให้ดีคือการเข้าใจความสัมพันธ์ และสิ่งที่มนุษย์ต้องการ

“Be so good you don’t have to think about the algorithm”

– Matt D’Avella

สิ่งที่บทความนี้ตั้งใจส่งต่อคือ การทำ SEO นั้นเป็นสิ่งที่เรียบง่าย ไม่ได้ซับซ้อน มันคือการที่เราพยายามแก้ปัญหาหรือช่วยคนที่เขามีคำถามให้ได้มากที่สุด

แน่นอนว่า Search algorithm หรือ Technical SEO ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ที่เราต้องคอยติดตาม

แต่ตราบใดที่เรายังส่งมอบคุณค่าและช่วยคน (ได้ดีกว่าคนอื่นหรือเว็บไซต์อื่น) เราจะไม่ต้องกังวลกับเรื่องของ algorithm มากเกินไปโดยไม่จำเป็นเลย :)