ชีวิตที่ปราศจาก Facebook

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่าตัวเองนั้นติด Facebook มากๆ เรียกว่าต้องเข้าไปเปิด newsfeed ดู ทุก 15 นาที โพสอะไรไปก็ต้องคอยมาเช็คว่า มีคนกดไลค์เท่าไหร่ มีคนคอมเม้นมั้ย เสียเวลากับ Facebook บนคอมพิวเตอร์ไปวันละเกือบ 1 ชั่วโมง ซึ่งยังไม่รวมเวลาที่เล่น Facebook บน mobile devices ต่างๆ รวมแล้ววันๆน่าจะโดนไป 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย  แต่ผลเสียที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เวลา 2 ชั่วโมงที่เสียไปแบบ actively บน Facebook เท่านั้น แต่มันยังส่งผลให้การทำงานอื่นๆ ช้าลง เพราะโดน distract ตลอดเวลา มีห่วงมีกังวล กลายเป็นคนสมาธิสั้น บลาๆๆๆๆ ทั้งที่ก็รู้นะว่าชีวิตคงดี หากไม่ต้องขึ้นอยู่กับ Facebook แต่ลึกๆ แล้วก็ยังคงคิดว่า ไม่มีทางหรอกที่เราจะเลิกเล่นเฟสบุคได้ มันเป็นเหมือนสิ่งหนึ่งในชีวิตเราไปแล้ว วันๆ เราคงจะพลาดอะไรไปหลายอย่างหากไม่ได้เข้าไปอ่าน newsfeed

เริ่มหาตัวช่วย

ใครที่สนใจเกี่ยวกับ Productivity Hack คงจะเคยได้ยินชื่อเว็บ ZenHabits เป็นเว็บที่นำเสนอบทความที่เกี่ยวกับ Productivity ในแบบ zen คือ อะไรไม่จำเป็น ตัดออก เหลือไว้แต่ส่วนที่จำเป็น และทำให้ชีวิตมีความสุขเท่านั้น ความสุขในที่นี้ ไม่ใช่ความสุขในแบบวัตถุนิยม แต่เป็นความสุขในความหมายถึงการใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน กับสิ่งที่มี รู้จักพอ อะไรพวกนั้น

ส่วนตัวแล้วชอบอ่านบทความบนเว็บนี้มากๆ ไล่อ่านแทบจะทุกโพส อ่านแล้วอ่านอีก ล่าสุดไปสะดุดกับโพส Walled-in: Life Without Facebook เป็นโพสที่คุณ Leo เขียนเล่าให้ฟังถึงชีวิตของเขาหลังจากลบ Facebook account ไป 17 เดือน คุณ Leo ให้เหตุผลดีๆ มากมายว่าทำไมคุณจึงควรจะเลิกเล่น Facebook ประมาณได้ว่า ไม่มีเฟสบุค คุณก็ไม่ตายหรอก อ่านแล้วเกิดแรงบันดาลใจว่าถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราควรจะเลิกเล่น Facebook  ซักที เมื่อสามวันที่แล้ว จึงได้ทดลอง deactivated Facebook account  อยากรู้ว่าชีวิตที่ไม่มี Facebook ชีวิตที่ไม่ต้องไปรู้เรื่องชาวบ้าน ชีวิตที่ไม่ต้องอัพเดท status หรือแชร์รูป อวดโน่นนี่นั่น มันคงจะเหงาๆ แปลกๆ ดีพิลึก

ไม่มี Facebook แล้วเป็นยังไง?

1. เหงา

สิ่งแรกที่รู้สึกในวันแรกที่ไม่มี Facebook เป็นเพื่อนคือ “เหงามาก” รู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวจริงๆ แต่พอวันถัดมาก็เริ่มเหงาน้อยลง

2. มีสมาธิมากขึ้น

ปกติจะเข้าไปเช็ค fb เกือบจะตลอดเวลา ตอนนี้เข้าไปก็เป็นหน้าให้ login จ๋อย กลับมาทำงานต่ออย่างรวดเร็วในเวลา 3 วินาที

3. ตกข่าว (เรื่องของชาวบ้าน)

คนที่ไม่ได้เล่น Facebook จะรู้สึกว่าตัวเองล้าหลัง ตกข่าว ไม่อัพเดท ตามไม่ทันเรื่องโน้นเรื่องนี้ แต่ถ้ามาลองมาคิดดีๆ ไอ้เรื่องที่พลาดไป จริงๆ แล้ว 80% มันก็แค่เรื่องชาวบ้าน เรื่องของคนอื่น เป็นเรื่องซึ่งถ้าเราไม่รู้ ก็ไม่น่าจะเดือดร้อนอะไร และถ้ามันเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ ยังไงคุณก็จะต้องทราบข่าวไม่จากทางใดก็ทางหนึ่งนะจ๊ะ เรายังมี whatsapp group, line group ต่างๆ ที่คอยอัพเดทเรื่องโน่นนี่โน่นมาให้รับทราบอยู่ตลอดเวลาแบบ passive คือไม่อยากรู้ก็ไม่ต้องเข้าไปอ่าน ปิด notification ไปซะก็จบเรื่อง

4. ยังสามารถเข้าถึงข้อมูล Facebook page ต่างๆ ได้

สมัยนี้พวกแบรนด์ หรือเว็บต่างๆ ล้วนแต่อัพเดทข้อมูลข่าวสารกันบน Facebook page แทนทั้งนั้น การไม่มี account facebook ก็ยังสามารถเข้าถึง Page ต่างๆนั้นได้อยู่ แต่ก็จะลำบากหน่อย เพราะใช้ช่อง search ไม่ได้ ต้องหาเอาจาก google หรือไม่ก็จำ url เอง ซึ่งเป็นข้อดี เพราะทำให้เราเข้าไปดูเฉพาะเวลาที่เราต้องการข้อมูลจริงๆเท่านั้น

5. อ่านหนังสือบนไอแพดได้อย่างสงบสุข

การอ่านหนังสือใน iPad ไม่เวิร์คเพราะว่ามันมี distraction เยอะ อ่านๆ อยู่ notifications มาก็เข้าไปดู อ่านๆ อยู่อยากจะหาข้อมูลเพิ่มก็ยาวไปเลย รู้ตัวอีกที เข้าไปอยู่หน้าที่ไม่เกี่ยวข้องกันแล้วจ้า การพยายามลดการใช้งานแอพ social ต่างๆ ช่วยให้การอ่านบน iPad มีประสิทธิภาพมากขึ้น

6. Facebook Connect

การใช้แอพอื่นๆบางทีก็ลำบากมากขึ้น เพราะมัน link กับ fb account กันแทบทั้งนั้น

7. ลดความอยากได้อยากมี

อย่างที่รู้ว่าเฟสบุคเก่งมาก สรรหาสร้างวิธีที่คอยหลอกล่อ ขายของ อัพเดทเทรนด์โน่นนี่นั่น เพื่อนคุณกด Like อันนี้ คุณสนใจบ้างไหม? การที่เราไม่เข้า facebook ทำให้เราเห็นสิ่งเหล่านั้นน้อยลง ความอยากได้อยากมีก็น้อยลงตามไป

เอาเวลาที่ไม่ได้เล่น Facebook ไปทำอะไรได้บ้าง?

อยากที่เกริ่นไว้ตอนแรกว่า ส่วนตัวแล้วเสียเวลาไปกับ Facebook วันละประมาณ 1-2 ชั่วโมง และนี่คือสิ่งที่เวลาที่ได้คืนมานั้นถูกใช้:

1. วิ่ง

ครั้งล่าสุดที่ออกไปวิ่งทุกวัน น่าจะเป็นช่วงมัธยมปลาย ตอนที่เป็นนักกีฬาและเล่นกีฬาทุกวัน ฉะนั้นการที่ 3 วันที่ผ่านมา ได้ออกไปวิ่งติดต่อกัน เป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกดีอย่างประหลาด แถมเป็นการวิ่งที่ไม่ได้มีความคิดว่าวิ่งเสร็จแล้วจะต้องเอาไปแชร์บนโน้นนี้บนนี้ด้วย คือ accomplish อยู่คนเดียวเงียบๆ

2. อ่าน

ทั้งบทความใน Pocket และหนังสือที่ดองไว้จำนวนมาก ได้ถูกทยอยนำมาอ่านอย่างเพลิดเพลิน เวลาที่ใช้ไปกับการอ่านสิ่งที่มีความรู้มีประโยชน์ 1 ชั่วโมง เทียบกับเวลาที่ไปอ่าน feed เรื่องชาวบ้าน 10 นาที มันช่างแตกต่างกันยิ่งนัก

3. เคลียร์งานที่คั่งค้าง

มีเวลาเพิ่ม + มีสมาธิเพิ่ม = ทำงานได้จำนวนมากและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. ลองเล่น Twitter

พอไม่มี fb ก็เลยหันไปลองเล่น Twitter แทน แต่ก็ยังคงไม่เข้าใจ ไม่เก็ต และไม่ได้รู้สึกสนุกกับทวิตเตอร์เอาซะเลย คือมันไม่มีคน interact ด้วย หรือยังไง?

สรุปผลการทดสอบ

จากการทดสอบเลิกเล่น Facebook เป็นเวลา 3 วัน ทำให้ได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งจริงๆว่าโลกออนไลน์มันช่าง noisy การที่เราหายไปจาก Facebook 1 คนนั้นมันไม่ได้มีผลกระทบกับคนอื่นๆ เลย (น้อยคนที่จะรู้ว่าหน้า Facebook เราเข้าไม่ได้แล้ว) จะมีก็แต่ตัวคนที่เลิกเล่น Facebook เท่านั้นที่จะรู้สึกและเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง ซึ่ง 90% เป็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี มีประโยชน์กับชีวิต ฉะนั้น เอาเวลาไป focus กับโลก reality กันดีกว่า :)

ดังนั้น เป้าหมายต่อไป คือพยายามจะเลิกเล่น fb โดยไม่ต้อง deactivate account หรือ delete acctount! อันนี้ท้าทายกว่ามาก ต้องบังคับตัวเองล้วนๆ ใครมีวิธีหรือคำแนะนำแชร์ได้เลยนะคะ

“I quit Facebook because I wanted to live deliberately.”

— Leo Babauta

Comments

comments

1 Comment

  1. วินัย

    deactivate facebook เป็นระยะ ๆ ครับ แต่เห็นด้วยที่พอเลิกเล่นแล้วมีเวลาว่างเอาไปทำอย่างอื่นได้เยอะแยะ โดยเฉพาะการอ่านหนังสือที่ซื้อมาเก็บ ๆ ไว้แ้ล้วไม่ได้อ่านซะที ….
    ส่วนใหญ่ใช้ FB เป็นที่เก็บรูป พอไปเที่ยวที่ไหนมา มี events อะไรก็เอาไปโพสเก็บไว้
    แต่จากการเล่น FB ทำให้เห็นความเวิ่นเว้อของคนหลายคน โดยเฉพาะบางคนที่ไม่เคยเห็น

    เคยทำสถิติปิดเฟซได้นาน 111 วัน พอกลับมาเล่นก็รู้สึกไม่สนุกเหมือนเดิมพยายามจะทำลายสถิติตัวเองเรื่อย ๆ แต่ไม่เล่นก็ทำให้ไมรู้สึกว่าขาดหายอะไรไป …. บางอันก็ไปตามข่าวสารที่หน้า website ได้จริง ๆ

    Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>